@
“โค้ชแซม” กามนิตย์ นารีรักษ์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ที่นำทัพคว้า 1 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญเงิน ในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ประเทศจีน กล่าวถึงโอกาสของ 3 นักชกไทย ได้แก่ แก้ว พงษ์ประยูร (49 กก.), ฉัตร์ชัย บุตรดี (56 กก.) และ สายลม อาดี (60 กก.) ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ว่า จะเป็นศึกหนักของนักชกไทยอย่างแน่นอน และตนมองว่าโอกาสที่เราประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองนั้นน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะว่าสมาคมมวยสากลสมัครเล่นฯ ขาดการเตรียมตัวที่ดี ที่สำคัญไม่มีแมทช์ให้นักกีฬาได้ทดสอบฝีมือเลย ขณะที่ ต่างชาติพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ ที่พูดเช่นนี้เพราะเคยดูแลทั้ง 3 คนมาก่อนและรู้ดีว่าพวกเขาต้องการอะไร @ นักมวยจะโทรมาปรึกษาตลอด ซึ่งนอกจากนักกีฬาแล้ว ผู้ฝึกสอนชุดนี้ก็น่าเป็นห่วงเพราะไม่เคยผ่านเวทีระดับโอลิมปิกเกมส์มาก่อนเลย เกมส์ระดับนี้เราจะต้องเจอปัญหาทั้งในและนอกสนามให้ต้องแก้ไขอยู่ตลอดเวลา "ผมว่าอย่าเพิ่งพูดถึงเหรียญทองเลย เอาแค่เหรียญใดสักเหรียญจะได้หรือเปล่า ส่วนคนเป็นโค้ชสิ่งที่เจอแน่ๆ ก็คือความกดดันทั้งการแก้ปัญหาบนเวทีให้กับนักมวยและจัดการกับความกดดันด้านนอก @ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโอกาสคว้าเหรียญของเราจะน้อยเต็มที แต่ก็ต้องให้กำลังใจทั้งโค้ชและนักมวยให้ทำให้สำเร็จ และหากจะให้ฟันธงผมว่าฉัตร์ชัยมีโอกาสหยิบเหรียญมากที่สุดเพราะรุ่นนี้นักกีฬาฝีมือใกล้เคียงกัน แต่ในรุ่นของแก้วมีนักชกฝีมือดีเยอะมาก ดังนั้นโอกาสจึงน้อยตามไปด้วย" โค้ชแซม กล่าวสรุป
@ ขณะที่ “เจ้าเติ้ล” มนัส บุญจำนง นักชกประวัติศาสตร์เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2004 กล่าวทำนองเดียวกันว่า ในฐานะคนไทยและเคยฝึกซ้อมมาด้วยกันก็อยากเห็นเพื่อนๆ คว้าเหรียญทองกลับมา แต่บอกได้เลยว่ายากเพราะนักชกชุดนี้ไม่ได้ออกไปต่อยที่ไหนเลย ฝึกซ้อมเฉพาะในประเทศ จึงขาดประสบการณ์ ตนผ่านโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว 2 ครั้ง รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เกมส์ระดับนี้บอกได้คำเดียวว่ายาก ที่สำคัญโค้ชเราก็ไม่เก่ง ส่วนคนที่เก่งก็ไม่มีโอกาสไม่ได้เข้ามาทำ ตนบอกได้เลยว่ายากมากที่นักชกชุดนี้จะได้เหรียญทอง
@ ส่วน “เจ้าบาส” สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 1996 กลับมองต่างมุม โดยเจ้าของวลียอดฮิต “ไม่ได้โม้” กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าได้ลุ้นเหรียญหมดทั้ง 3 คน ดูจากการฝึกซ้อมแล้ว น้องๆ แต่ละคน ขยันและมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก สำหรับโอลิมปิกเกมส์อะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งโอลิมปิกเกมส์สามารถสร้าง “ฮีโร่” ได้โดยตัวนักกีฬาเองเพราะทุกคนที่ไปแข่งขันเชื่อแน่ว่าล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องนำเหรียญกลับมาประเทศไทยให้ได้.
ต้นข่าว @ ภาพ : www.dailynews.co.th






Comments