ป้ายโฆษณา

แพ้แต่ชนะใจ-เนตรคว้านักชกยอดเยี่ยม

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 5
แย่ดีที่สุด 

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับเดือนพฤศจิกายน เดือนที่มีนักชกไทยขึ้นชกแบบมีเข็มขัดแชมป์โลกถึง 3 คนด้วยกัน คนแรก "สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย" ขึ้นชกป้องกันแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC ครั้งแรกกับนักชกแดนปลาดิบ ดีกรีอดีตแชมป์โลก WBA สองสมัย "โนบุโอะ นาชิโร" ผลปรากฎว่านักชกไทยโชว์ทักษะสายตาบวกกับความเร็วไล่ต้อนอดีตแชมป์โลกไปแบบไม่ยากเย็น ชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์และเคลียร์ด้วย 
 
ในการชกไฟต์นี้แฟนมวยเว็บไซต์ไทยเรคเราโหวตให้คะแนนเจ้าสุริยันเต็ม 10 เลยทีเดียว นอกจากนี้ผลจากไฟต์ดังกล่าวยังทำให้อันดับนักมวยในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตที่จัดโดย BoxRec เปลี่ยนแปลงด้วย โดยสุริยันขยับขึ้นมาอยู่เบอร์ 1 ของรุ่นนี้มีคะแนนสะสมไป 322 คะแนน ส่วนนักชกเบอร์สองคือ "ไดกิ คาเมดะ" มี 252 คะแนน เบอร์สามคือ โตโมโนบุ ชิมิสุ มี 250 คะแนน เบอร์สี่ ฮิวโก้ คาซาเรซ มี 243 คะแนน และเบอร์ 5 โทมาส โรฮาซ มี 239 คะแนน 
 
คนถัดมา "ไผ่ผารบ ก่อเกียรติยิม" ขึ้นชกชิงแชมป์เฉพาะกาลมินิมั่มเวต WBA กับ "เฮซุส ซิลเวเตร" ที่จังหวัดหนองคาย เป็นไผ่ผารบที่เอาชนะคะแนนไปแบบหืดจับสุดๆ ชนิดแฟนมวยเหนื่อยแทนทุกยกเลยทีเดียว แต่ไผ่ผารบก็คว้าแชมป์โลกไปครองได้ตามอยาก ผลโหวตของเว็บไทยเรคเราไฟต์นี้ไผ่ผารบได้ไป 6 คะแนน ส่วนลำดับของ BoxRec ไผ่ผารบอยู่ลำดับที่ 10 ของรุ่นมินิมั่มเวตมีคะแนน 112 คะแนน เป็นรองนักชกไทยในรุ่นเดียวกันของอีกค่ายอย่าง "วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม" ที่อยู่อันดับ 6 ซึ่งมี 151 คะแนน 
 
คนที่สาม "เนตร ก่อเกียรติยิม" นักชกจากระนองผู้เคยชิงแชปม์โลกแต่พลาดพ่ายน๊อกมาแล้วจนแฟนมวยฝังใจดูหมิ่นดูแคลนเนตรว่าเป็นมวยใจเสาะ ไปชิงครั้งนี้ก็คงแค่ได้ชิงไม่น่าจะรอดเกินหกยกมาได้ โดยเนตรเคยขึ้นชิงแชมป์โลกว่างรุ่นไลต์ฟลายเวตกับ "ฮวน คาร์ลอส เรเวโค่" ที่ประเทศอาร์เจนติน่าเมื่อปี 2007 ในไฟต์นั้นเนตรพ่ายน๊อคไปในยกที่ 8 
 
ไปครั้งนี้เนตรขึ้นชิงแชปป์โลกเฉพาะกาลไลต์ฟลายเวต WBA กับนักชกเจ้าถิ่น "โฮเซ่ อัลเฟรโด้ โรดริเกวซ" ที่เมืองซินาลัว ประเทศเม็กซิโก ผลการชกกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่แฟนมวยคิด เนตรทำได้ดีกว่าที่ทุกคนคาดแม้ว่าจะแพ้คะแนนชวดแชมป์โลกไปก็ตาม อย่างไรก็ตามมีการเตือนและตัดคะแนนกันตลอดการชกยกแรกจนยกสุดท้าย โดยในยกแรกนั้นทั้งคู่โดนเตือนว่าต่อยต่ำ จนเมื่อเนตรทำซ้ำอีกครั้งเนตรก็ถูกกรรมการสั่งตัดคะแนน แม้ว่าหลังจากนั้นเนตรจะเป็นฝ่ายไล่ต่อยโรดริเกวซจนมีอาการ แต่คะแนนก็หายไปแล้ว
 
ในการชกช่วงแรกๆ กรรมการเตือนตลอดว่าให้ต่อยสูงขึ้นหน่อย แต่หลังจากนั้นดูเหมือนกรรมการจะเปลี่ยนมาเตือนเนตรตลอดแทบทุกยกว่า "อย่าเหนี่ยว" ทั้งพูดทั้งทำท่าให้ดู แต่ดูเหมือนเนตรจะไม่หยุด จะว่าเนตรไม่รู้ว่ากรรมการเตือนอะไรก็ไม่ใช่ แต่คาดว่าคงจะติดเป็นนิสัยแล้วล่ะครับ เราชกในบ้านเราทำแบบนี้จนติด ไปชกต่างประเทศก็เสร็จครับ กลางยกที่ 6 กรรมการสั่ง stop แต่โรดิเกวซยิงหมัดฮุกขวาใส่เนตรจนร่วงลงกับพื้น ลูกนี้ดูเหมือนไม่หนัก แต่เนตรทำถูกแล้วที่ร่วงลงกับพื้น จนกรรมการเป็นฝ่ายสั่งตัดคะแนนโรดิเกวซ 1 คะแนนสำหรับการสั่งหยุดแล้วไม่หยุด
 
ยก 7 เนตรได้นับ 8 จากการต่อยหมัดขวาจนโรดริเกวซก้นเตี้ยทรุดลงกับพื้น โมเมนตัมน่าจะกลับมาอยู่ทางเนตรแล้ว จากนั้นเนตรไล่ตามต่อยโรดริเกวซอย่างมีความหวัง ระหว่างที่ต่อยอยู่นั้นกรรมการพูดเตือนอีกครั้งว่า "อย่าเหนี่ยว" แต่เนตรก็ยังไม่หยุดเหนี่ยวจนปลายยกกรรมการจับแยกแล้วสั่งตัดคะแนนเนตรไปอีก 1 คะแนน นี่เป็นยกที่น่าเสียดายจริงๆ สำหรับเนตร และคงจะเป็นบทเรียนแก่เนตรเป็นอย่างดี 
 
สำหรับผมแล้วกรรมการบนเวทีคนนี้ตัดสินไฟต์นี้ได้ไม่เลวร้ายนัก การเหนี่ยวของเนตรนั้น กรรมการสามารถสั่งตัดคะแนนได้ตั้งแต่ยกแรกๆ ที่เนตรเหนี่ยวคอด้วยซ้ำ เพราะเตือนนับสิบครั้งได้ แต่เพิ่งจะมาสั่งตัดในยก 7 แสดงว่ากรรมการยังมีแม่ปราณีอยู่ครับ แม้ถูกตัดคะแนนไปแล้วเนตรก็ใช่ว่าจะหยุดนะครับยังมีประปรายไปจนยกสุดท้ายโน่นเลย  ส่วนกรรมการให้คะแนนนั้นก็ไม่ว่ากันครับในเมื่อเราทำได้ไม่เคลียร์ กรรมการให้เจ้าบ้านก็เป็นธรรมดา 
 
จากไฟต์นี้ผมมองว่านักมวยไทยที่จะไปชกต่างประเทศนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมคือนอกจากการฝึกซ้อมคือ "ภาษาอังกฤษ" ครับ จำเป็นมากเพราะมันคือมวยสากลมันต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร ไม่เหมือนกับที่เราชกในไทยนะครับนอกจากกรรมการบนเวทีจะแอบพูดไทยกับนักมวยไทยแล้ว คนพากษ์ออกทีวีก็ยังพูดให้ได้ยินกันทั้งเวทีอีกด้วย ดังนั้นนักมวยได้ยินเสียงคนพากษ์ตลอดเวลาแถมมีสอนมวยด้วย แต่การชกต่างประเทศนั้นมันไม่มีคนพากษ์ระหว่างการชกให้นักมวยได้ยินเหมือนบ้านเรา
 
สิ่งที่นักมวยไทยควรฟังให้เข้าใจครับนอกเหนือจากคำว่า time ซึ่งหมายถึงหมดเวลา หรือหมดยกแล้ว ควรเข้าใจคำอื่นๆ ด้วย เช่น stop หรือ break นั่นคือกรรมการสั่งหยุด ส่วน step back คือกรรมการสั่งถอย และ no nock down push หมายถึงไม่ได้น๊อคแต่เป็นการกด don't do that หมายถึงอย่าทำอย่างนั้น เป็นต้น
 
อีกคำที่นักมวยต้องฟังให้ออกคือ end of the round หมายถึงหมดยกแล้ว โดยจะเห็นว่าในยกที่ 8 ช่วงปลายยกนั้น เนตรถูกกรรมการเตือนเรื่องกดหัวคู่ต่อสู้อยู่ ระหว่างนั้นมีเสียงระฆังหมดยกแล้ว แต่เนตรคงไม่ได้ยิน พอกรรมการเตือนเสร็จก็สั่งว่า go back end of the round พร้อมกับชี้ไปที่มุม หมายถึงว่าให้กลับเข้ามุมหมดยกแล้ว แต่เนตรก็ยืนงงอยู่ว่ากรรมการจะตัดคะแนนอีกหรือเปล่า หรือจะให้ทำอะไร ?? งง ขนาดพี่เลี้ยงของเนตรยังไม่ขึ้นมาที่มุมเลย ในขณะที่พี่เลี้ยงของโรดริเกวซพุ่งพรวดขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตามคำเหล่านี้ไม่ใช่ว่ากรรมการจะพูดตลอดหรอกนะครับ แต่ถ้าเราไปเจอกรรมการที่พูดมากๆ แบบนี้เราจะได้เข้าใจครับ 
 
สำหรับแฟนมวยเว็บไซต์ไทยเรคของเราโหวตให้คะแนนเนตรชกไฟต์นี้ไปเต็ม 10 ครับ พร้อมกันนี้ยังโหวตให้ "เนตร ก่อเกียรติยิม" เป็นนักชกยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน อีกด้วย ขอแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้เนตรสู้ต่อไปครับ เตรียมตัวและแก้ไขจุดบกพร่องแล้วโอกาสมันจะมาเอง สำหรับการโหวตนักชกยอดเยี่ยมประจำเดือนนั้นทางเว็บเราจะเปิดให้โหวตในช่วงปลายเดือนนั้นๆ แล้วจะปิดโหวตในระยะเวลาประมาณ 10 วัน ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมโหวตครับ
 
comments

Comments

Please login to post comments or replies.
Working....
Finished
Failed