Home / มวยสากล / # สุขเกษม เรือไวกิ้ง “แชมป์โลก คือความฝันของผม”

# สุขเกษม เรือไวกิ้ง “แชมป์โลก คือความฝันของผม”

@ 7 ประเทศ และกว่า 7 พิกัดน้ำหนัก คือสิ่งที่มวย ความฝันและครอบครัวพาผู้ชายคนหนึ่งก้าวเดินออกไป

จากประเทศไทย สู่แทนซาเนีย จีน รัสเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น จากน้ำหนักตัว 118 ปอนด์ ถึง 147 ปอนด์ กับคู่ชกระดับดาวรุ่ง สู่มวยสร้าง และอดีตแชมป์โลก คือสิ่งที่นักมวยชาวไทยคนหนึ่งต้องพบเจอในช่วงเวลากว่า 10 ปีที่พ้นผ่าน พร้อมๆกับคำว่าความฝันและครอบครัวที่แบกไว้บนแผ่นหลัง

 

 

จวบจนปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ หากแต่ มันชัดเจนขึ้นบนความเลือนลางของลูกผู้ชายที่ชื่อ “สุขเกษม เรือใบไวกิ้ง” วัย32ปี กับสถิตการชก35ครั้ง ชนะ24 -16เคโอ แพ้11 

“ผมคิดว่าผมเก่งขึ้นเยอะนะ หากเทียบกับตอนที่ยังชกเดินสาย ตอนนั้นผมมีแต่ความถึก แต่ตอนนี้ผมว่า ผมเริ่มมีฝีมือขึ้นมาบ้างแล้ว”

เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยคุยกับสุขเกษมมาครั้งหนึ่ง การคุยครั้งนี้คือครั้งที่สอง ซึ่งผมรู้สึกได้ว่า สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย คือความอ่อนน้อมถ่อมตน ถ่อมตัวของนักชกจากร้อยเอ็ดผู้นี้

 

โดยในวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ สุขเกษม มีคิวขึ้นชกนอกรอบกับ แชมป์ OPBF รุ่นแบนตัมเวทชาวญี่ปุ่น เคตะ คุริฮาระ ซึ่งหนุ่มแน่นกว่า 5 ปี และตัวสูงกว่า 8 เซนติเมตร

“ก็มีกังวลบ้างครับ เพราะเขาใหญ่กว่า แต่เมื่อก่อนผมเจอใหญ่ๆ มาเยอะพอสมควร ตั้งแต่รุ่น 147 ปอนด์ อย่าง อิ๊ค หยาง หรือรุ่นรองๆ อย่างเช่น บิลลี่ ดิ๊บส์ มาร์ก แม็กซาโย่ ดังนั้น ผมคิดว่าผมน่าจะทนไหวครับ” แต่ผลการชกเป็นที่น่าผิดหวัง สุขเกษมพ่ายไปแค่ยกที่2

 

 

จะว่าไปที่ผมเคยเจอมา บิลลี่ ดิ๊บส์ นี่คืออดีตแชมป์โลกที่ไม่เก่งแถมชกสกปรกที่สุดเลย ส่วนคนที่เก่งมากที่สุดที่เคยเจอต้องยกให้ มาร์ก แม็กซาโย่”

สำหรับ มาร์ก แม็กซาโย่ เป็นหนึ่งในนักชกดาวรุ่งของฟิลิปปินส์รุ่นเฟเธอร์เวท มีสถิติชนะรวด 20 ครั้ง ผ่านการชกที่อเมริกามาหลายไฟต์ ถ้ายังไม่ลืม ไฟต์ล่าสุด คือไฟต์ที่ชกกระชับมิตรชนะคะแนนผึ้งหลวงนั่นเอง

หากเป็นเช่นนั้น การชกเมื่อกลางปีกับ ยูกิโนริ โอกูนิ อดีตแชมป์ IBF รุ่นซูเปอร์แบนตั้ม ก็ไม่ใช่ไฟต์ที่ยากที่สุดที่เคยเจอ คือคำถามต่อไปที่ผมถามเจ้าตัว หลังจากการยกย่องมาร์ก แม็กซาโย่ สิ้นสุดลง

 

“โอกูนิ หรอ ผมคิดว่าเขาไม่ค่อยเก่งนะ การชกในวันนั้น ผมคิดว่าผมเป็นผู้ชนะด้วยซ้ำ แฟนมวยญี่ปุ่นหลายคนก็คิดว่าผมชนะเช่นกัน”

“วันนั้น ผมชกที่โครักกุเอน ฮอลล์  แฟนมวยที่นั่นค่อนข้างเชียร์อย่างเป็นระเบียบและให้เกียรติผมค่อนข้างมาก หลังจากเกมการชกจบลง แฟนมวยส่วนใหญ่ต่างก็เข้ามาให้กับลังใจ ยืนปรบมือให้ มายืนคอยจับมือกับผมกันหลายคนเลย”

แน่นอนว่าทุกการเดินทาง ย่อมมีจุดหมาย ผมจึงถามคำถามต่อไปถึงเป้าหมายสูงสุดของการชกมวยของนักชกจากร้อยเอ็ด

 

 

“แชมป์โลกของ IBF แน่นอนครับ ผมรู้ว่ามันยากมาก แต่มันคือความฝันครับ บางคนอาจจะบอกว่าผมเพ้อ แต่มันคือความฝันจริงๆ ในชีวิตผมขอโอกาสได้สัมผัสจุดนั้นสักครั้งก็ยังดีครับ”

แชมป์โลก IBF รุ่นแบนตัมเวทคนปัจจุบันคือ นาโอยะ อิโนเอะ ผมถามสุขเกษมถึงความร้ายกาจของซูเปอร์สตาร์ญี่ปุ่นรายนี้ ทัศนะต่อไฟต์ของเจ้ามอนสเตอร์กับโดแนร์ รวมถึงถ้าในอนาคตได้เจอจะเป็นอย่างไร

 

ตอนนี้ผมเป็นผู้ท้าชิงอันดับที่ 4 ของ IBF ถ้ามีโอกาสได้ชิงกับอิโนเอะจริงๆ อย่างที่บอกว่ามันคือความฝัน ดังนั้นผมจะต้องศึกษาเขาให้ดีที่สุด ซึ่งผมคิดว่าบางทีเขาอาจจะมองว่าผมหมู และอาจจะประมาทผมได้ ซึ่งถ้ามีโอกาสแบบนั้น แม้เพียงเสี้ยววินาที ผมจะพยายามคว้ามันไว้ครับ”

ผมเองก็บอกกับเจ้าตัวว่าจะช่วยภาวนาให้วันนั้นมาถึงโดยเร็ว และก็หวังว่ามันจะเป็นจริงในสักวัน

ในการชกมวย ผมว่านักมวยทุกคนคงจะมีนักมวยในอุดมคติ นักมวยที่เป็นแบบอย่างหรือไอดอล ซึ่งมีประโยชน์ในการปรับหรือประยุกต์มาใช้ให้เข้าเข้ากับสไตล์การชกของตนเอง ซึ่งผมก็ได้ถามคำถามนี้กับสุขเกษมเช่นกัน

 

 

“พี่โต้ พูนสวัสดิ์ ครับ ผมอยากต่อยให้ได้แบบเขาเลย ต่อยได้ตลอดไม่หยุด ปอดใหญ่มาก เวลาบุกก็มีการป้องกันตัวที่ดี แถมยังทนสุดๆ ผมได้ดูแกต่อยกับนักมวยญี่ปุ่นคนนึง ไฟต์นั้นมีบางช่วงชกแบบใช้จังหวะฝีมือ แกก็ทำได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ผมพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักและต่อยให้ได้แบบแกนี่แหละครับ แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้ยังทำได้ไม่ถึงจุดนั้น”

 

คำถามสุดท้ายของผม ผมตั้งคำถามเกี่ยวกับแฟนมวยหลายๆประเภท บ้างด่าว่า บ้างแนะนำติชม ผมว่าแฟนๆมวยคงอยากรู้ว่า นักมวยรู้สึกอย่างไรและพวกเขามีวิธีการรับมือกับมันอย่างไร

 

“ก็มีเสียใจอยู่บ้างแหละครับ ถ้าเขาด่าแบบสาดเสียเทเสีย การเป็นนักมวย ไม่มีใครอยากแพ้นะครับ อย่างผมเอง ผมตั้งใจกับทุกไฟต์ ขยันฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเลยล่ะ กว่าจะขึ้นชกแต่ละไฟต์ มันก็ต้องมีเสียใจนิดหน่อยและก็ต้องรีบปล่อยวางมันไป แต่กับแฟนมวยที่ติเตียนและให้คำแนะนำ ผมไม่เสียใจเลยนะ รู้สึกชอบและขอบคุณด้วยซ้ำที่เขาติดตามและอยากให้เราพัฒนาขึ้น”

 

 

ตลอดการเดินทางกว่า 10 ปีบนสังเวียนมวยของสุขเกษม ประสบการณ์การชกมวยที่มีความแตกต่างทั้งด้านสถานที่ คู่ชก ผู้สนับสนุน และสถานะการเป็นนักมวยของตนเองย่อมสอนสั่งหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเจ้าตัว สิ่งเหล่านั้นถูกหลอมรวมและปรุงแต่งจนกลายมาเป็นสุขเกษมในวันนี้

เรื่องที่หลายคนบอกว่าเพ้อฝัน ความฝันที่จะได้เป็นแชมป์โลกสักครั้งยังคงตั้งมั่นอยู่ในใจเคียงข้างกับคำว่าครอบครัว ตราบใดที่ความพยายามของนักมวยคนหนึ่งยังไม่สิ้นสุด นักมวยคนนั้นยังคงฝึกซ้อมอย่างหนักในทุกๆวัน

 

ความฝันที่เคยเลือนลางคงจะค่อยๆชัดเจนเข้าสักวัน……..

 

kkerin480

 

 

@ News  Photo Credit : ฝีปากมวยโลก/เกียรติกรีรินทร์ โปรโมชั่น/Thairec

 

เชิญแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ

comments