Home / เสราะกราว / นักสู้2ชาติ 2 แผ่นดิน..

นักสู้2ชาติ 2 แผ่นดิน..

-@@- อย่าว่าแต่เด็กรุ่นใหม่เลย แม้กระทั่งคนรุ่นเก่า ก็คงไม่มีใครจำเขาได้ ในงานแถลงข่าวมวยรายการใหญ่ของ “เสี่ยโก้” ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ผู้บุกเบิกแถลงแบบ”ทู อิน วัน”ให้ทันยุคสมัย จนเมื่อถามไถ่ถึงนักมวยเอก “ก้องพลากุลวงศ์ ก่อเกียรติยิม” แชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBC asia) รุ่น 122 ปอนด์ ว่าเป็นลูกชาย และยังมี น้ำเพชร ก่อเกียรติยิม(ขวัญใจศรีโคตร) แชมป์มวยหญิงสถาบันเดียวกันรุ่น 108 ปอนด์ เป็นหลานสาวชาวลาว จึงได้ยินชื่อของเขา .. “ก้องนภา สิงห์ ท.ช.” !!
1978-นักสู้สองแผ่นดิน
 เอ๊ะ..นักมวยรายนี้ คุ้นหูผมนี่หนา ผมจำได้ดี สมัยเมื่อ 30 ปีก่อน “อาว์สังข์ สุดเสียง” ผู้ล่วงลับ ปรมาจารย์แห่งนิตยสาร มวยโลก เคยลงคอลัมน์ สวมรองเท้าก้าวสู่อนาคตของนักชกผู้นี้ไว้ วันนี้ได้เจอตัวจริง เสียงจริง ยิ่งทำให้ผมต้องรีบเข้าไปทักทายทันที  พี่แกชื่อ”โหนก”ปัจจุบันอายุ 48 ปีเข้าไปแล้ว แฟนมวยถ้าใครรู้จัก ก็คงจำเขาได้ตอนคว้าแชมป์มวยสากลอาชีพ เวทีลุมพินี รุ่น 122 ปอนด์ ด้วยการชนะคะแนน ยิ่งใหญ่ เพชรวิหาร
ก่อนจะโดนปลด เพราะไปชิงแชมป์”ว่าง”ฟากเวทีราชดำเนิน และแพ้หมดทางสู้ให้กับ ประยูรศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ยก 4 “..วันนั้นผมไม่สบายร่างกายไม่ดีเลย จึงถูกกรรมการยุติการชก” เจ้าตัวว่าถึงสาเหตุ
 แต่ก่อนหน้านั้น ก้องนภา ก็ปราบมวยดีมีระดับร่วมยุคนั้นอย่าง เดชวารินทร์ ฮอลลีวู้ด ,เผาเครื่อง 8 ยก พงษ์พันธ์ ศ.พญาไท “ไอ้หมัดประสาทหวิว” (รองแชมป์โลกที่จะกลับมากู้ชื่อใหม่หลังพ่าย ฮวน คิด เมซ่า จนต้องเลิกมวยไปอย่างถาวร) ในการชกออกจอตู้ วิก 7 สี ลุมพินีรอบบ่าย นับได้ว่า “น้าโหนก”แกเป็นมวยแววดีมีอนาคตอีกรายหนึ่งเหมือนกัน..!!
 ทว่าหลังจากผิดหวังพลาดท่าประยูรศักดิ์ไปดังที่ว่า ในการชิงแชมป์”ว่าง”จูเนียร์เฟเธอร์เวต เวทีราชดำเนิน 16 ตุลาคม พ.ศ. 2528 เจ้าตัวก็เริ่มหายเงียบไปจากสังเวียนมวย นับแต่นั้น…
 คุณใหญ่ เมืองสุพรรณ คอมวยของจริงผู้ทันยุคสมัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเยี่ยมยอด ยืนยันว่า ..”เขาชกมวยสากลเก่งมาก เป็นคนลาว เขาได้เบสิกมวยมาจากรัสเซียละมั้ง เขาเป็นนักมวยค่ายแฟร์แท็กของอาจารย์ ช้อย มะลิทอง เทรนเนอร์ยอดเซียนนะแหละครับ” 
unnamed (1)
 สืบความตามประวัติ ก้องนภา สิงห์ ท.ช. (ท่าช้าง) เล่าให้ฟังว่า “ตัวผมมีแม่เป็นลาว เป็นสาวชาวเวียงจันทร์ ส่วนพ่อเป็นคนไทยมีอาชีพขับสามล้อมาก่อน ผมเริ่มหัดมวยตั้งแต่ 6 ขวบ พ่อได้รู้จักและเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ “พิภพ ภู่ภิญโญ” อดีตดาวร้ายหัวโล้นภาพยนตร์ไทย เหมือน ยูล บรินเนอร์ พระเอกฮอลลีวู้ดสมัยนั้น จึงได้พาผมข้ามฟากแม่น้ำโขงมาอยู่เมืองไทยในเวลาต่อมา..
 แหม่ ฟังเรื่องขนาดนี้ ชวนให้น่าติดตามไหมเล่าครับ..!?!? 
 แต่เรื่องราวจากคำบอกเล่าของ “น้าโหนก” ก็ทำเอาผมปวดหัวไม่น้อย เพราะต้องลำดับเรื่องราว ย้อนยุคหลายสมัย ผ่านมาหลายเจเนเรชั่นเอาการ “สมัยก่อนครั้งอยู่ฝั่งลาว พ่อเป็นคนตั้งชื่อให้ผมเองว่า “ก้องพลา ขวัญใจศรีโคตร” หัดชกมวยแต่เล็ก ก็มวยไทยนี่แหละครับ ค่ายมวยที่เมืองลาวนั้นตั้งมานานนมกว่า 60-70 ปีแล้ว ตั้งแต่ยุค ปกครองใต้อาณานิคมของฝรั่งเศสโน่น ยุคนั้นลาวยังเป็นประชาธิปไตยอยู่ พอเปลี่ยนการปกครอง พ่อก็เลยพาผมข้ามลำน้ำโขงมาอยู่ฝั่งไทย ส่วนพี่สาวก็ยังอยู่กับแม่ที่เวียงจันทร์ ฝั่งลาว”      
 “ผมมาอยู่เมืองไทย มาอยู่ค่ายมวยของ “ช้อย มะลิทอง” ย่านท่าช้าง ริมฝั่งเจ้าพระยา (ซึ่งต่อมาเป็นเทรนเนอร์คนดังค่าย”แฟร์เท็กซ์”) ในยุคนั้น และได้ชื่อชกมวยว่า “ก้องนภา สิงห์ ท.ช.” เป็นมวยดาวรุ่งหมัดหนัก ได้เป็นแชมป์มวยสากลเวทีมาตรฐานเมืองไทยเพียงแค่อายุยังถึง 19 เท่านั้น ค่าตัวสูงสุดราว 8-9 พันบาท ถือว่าเยอะเอาการ เพราะสมัยนั้นซื้อน้ำอัดลมขวดละ 3 บาท หลังโดนปลด และแพ้ประยูรศักดิ์ จนเลิกมวยไป ผมได้กลับไปอยู่ฝั่งลาวบ้านเกิดของแผ่นดินแม่ที่จากมาตั้งแต่เล็กอีกครั้ง”
 ก้องนภา ได้ไปคัดตัวชกมวยสมัครเล่น ด้วยกระดูกมวยจากเมืองไทยทำให้เขา ได้ติดทีมชาติ สปป.ลาว เป็นตัวแทนเดินทางไปฝึกฝนหาประสบการณ์ในเชิงชกมวยสมัครเล่นถึงสหภาพโซเวียตในยุคก่อนล่มสลาย ที่นั่น ในดินแดนหลังม่านเหล็ก ก้องนภาได้ใช้ชีวิตอยู่ในมอสโก เมืองหลวงรัสเซียถึงหนึ่งเดือนเต็ม และยังได้กลับไปชกมวยสมัครเล่นที่มอสโกอีกครั้ง ในนามทีมชาติ สปป.ลาว เข้าร่วมแข่งขันรายการ “มวยมิตรภาพรัสเซีย-ลาว” ก่อนกลับมาต่อยมวยสมัครเล่น “มิตรภาพ 3 ชาติ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม”
ได้เหรียญทองเป็นความหวัง ให้ทีมชาติลาว ในการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 1990 ครั้งที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 22 กันยายน – 7 ตุลาคม พ.ศ.2533 ขณะนั้นอายุได้ 24 ปี เขากลายเป็นนักมวยความหวังอย่างแรงของประเทศลาว จนเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วแขวงลำน้ำโขงฝั่งขวา แต่น่าเสียดายที่ต้องตกรอบแรก ในการชกรุ่นแบนตั้มเวตไปอย่างน่าเสียดาย
unnamed
 
  ปัจจุบัน ก้องนภา มีภรรยาเป็นชาวนครปฐม มีลูกชายเพียงคนเดียว ซ้ำเจ้าตัวยังมุ่งมั่นปราถนาจะตามรอยของผู้พ่อ ด้วยการขึ้นชกมวยสากลอาชีพแถมยังมีอนาคตไกล ได้ผู้สนับสนุนสำคัญอย่าง “เสี่ยโก้”ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์ใหญ่ รวมทั้งพี่สาวแท้ๆทางฝั่งเมืองไทยคือ “สจ.น้ำอ้อย” นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เขต 6 อำเภอธัญบุรี แถมยังเกี่ยวดองเป็นญาติพี่น้องกับฝั่งลาว ที่”เสี่ยโก้”กำลังปลุกปั้นหลานสาวแท้ๆของเขาคือ “น้ำเพชร ก่อเกียรติยิม” (ขวัญใจศรีโคตร) หวังสร้างแชมป์โลกควบคู่ 2 ชาติไปพร้อมๆกันอีกด้วย 
 โดย ก้องพลากุลวงศ์ ก่อเกียรติยิม บุตรชายจะขึ้นชกเป็นคู่มวยนำรายการป้องกันตำแหน่งแชมป์ WBC ASIA รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ นูดี้ มานาคาเน่ ผู้ท้าชิงอินโดนิเซีย ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 หน้าเทศบาลตำบลธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ช่องไทยทีวีถ่ายทอดสด เวลา 16.00-18.00 น. 
  น่าจับตาทายาทนักมวยเก่าผู้นี้ ว่าเขาจะก้าวไกลไปถึงฝั่งฝัน โดดเด่นไม่แพ้ผู้เป็นพ่อหรือไม่ !?!?
@ ขอขอบคุณ ภาพ-ข่าว จาก: สอดสร้อย 

เชิญแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ

comments