Home / รายงานหลังการชก / ย่าว..ยาว.. จากแชมป์โลกสู่นักร้อง 20 บาท..

ย่าว..ยาว.. จากแชมป์โลกสู่นักร้อง 20 บาท..

-@@- วัฏจักรนักมวยอาชีพ จริงหรือ ที่จะเริ่มจาก จน ดัง แล้วก็หมดตัว เป็นไปได้หรือไม่ ที่นักชกระดับหมื่นล้าน ใช้ชีวิตอู้ฟู่สุดไฮโซ แบบ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ซึ่งมักจะอวดมั่งอวดมีให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นความรวยจนเว่อร์แบบเขา จะหมดตัวในท้ายที่สุด ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปฟังคำบอกเล่าของอดีตแชมป์โลก ที่ใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวังในช่วงโด่งดังสุดขีด จนถลำลึกไปสู่ความตกต่ำในท้ายที่สุด…..

 

ปัจจุบันจะเหลือคนไทยสักกี่คน ที่ยังจดจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยโด่งดังขนาดเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศไทย และครั้งหนึ่งเขาเคยยิ่งใหญ่ ขนาดก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลก รุ่นสตรอว์เวต ของสภามวยโลก (WBC) และเป็นคนไทยคนที่ 2 ต่อจาก แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ที่ไปคว้าแชมป์ในต่างแดนได้สำเร็จ แต่หลังความเรืองรองผ่านไป ชีวิตเขาต้องระหกระเหินตกต่ำ ไปเป็นนักร้องตามร้านอาหาร ได้เงินต่ำสุดเพียงวันละ 20 บาท แถมดวงตายังเสี่ยงที่จะบอดสนิทเขาคนนั้น คือ นภา เกียรติวันชัย ที่ปัจจุบัน อายุ 48 ปีแล้ว

 

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่ายชาวอเมริกัน
ภาพในอดีตสมัยยังวัยรุ่น

เริ่มชีวิตเข้าสู่วงการหมัดมวย ต่อยมวยไทยครั้งแรกได้ค่าตัว 50 บาท

นภา เริ่มต้นเล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ฟังตั้งแต่เริ่มต้นว่า “ผมเริ่มรู้จักมวย เพราะที่บ้านปลูกฝังให้ชอบกีฬาชกมวยมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ โดยในจำนวนพี่น้อง 8 คน ซึ่งเป็นชาย 7 คน หญิง 1 คนนั้น ทั้ง 7 คน ถูกฝึกให้เป็นนักมวยไทยทั้งหมด เพราะที่บ้านตั้งเป็นค่ายมวยชื่อ “ลูกโชคชัย” กระทั่งอายุได้ 14 ปี จึงเริ่มเข้าสู่วงการมวยจริงจัง เริ่มชกครั้งแรก ได้ค่าตัวแค่ 50 บาท เท่านั้น

 

หลังจากตระเวนต่อยร่วม 200 กว่าไฟต์ จนเริ่มมีชื่อเสียงในจังหวัดโคราช จึงเข้ามาเอาดีในกรุงเทพมหานคร เมื่ออายุย่างเข้า 19 ปี ตามพี่ชาย ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำจากอาชีพที่ตัวเองรัก แม้อาจจะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดก็ตาม

 

“ตอนเข้ากรุงเทพฯ ก็มาต่อยที่เวทีลุมพินี สังกัดค่ายลูกมาตุลี ของพี่แก้ว ดุสิตรัตนกุล หรือ แก้ว โคซี่ ได้ค่าตัวเฉลี่ยประมาณหมื่น-สองหมื่นบาท โดยค่าตัวสูงสุดเท่าที่ได้รับมา คือ เมื่อปี พ.ศ.2527 ได้ 45,000 บาท แต่ตอนนั้น ได้เงินมาเท่าไร ก็เอาไปกิน เที่ยวเล่น และส่งให้ทางบ้านหมด เลยไม่มีเงินเหลือเก็บ ทรัพย์สินที่เคยซื้อแพงที่สุดในช่วงนั้น ก็แค่จักรยานยนต์เพียง 1 คัน ราคาประมาณ 7-8 พันบาท เท่านั้น” อดีตแชมป์โลกหัวเราะแบบขมขื่น ก่อนเล่าต่อว่า

 

“จำไว้นะสำหรับนักมวยไทย ไม่มีเงินเดือนหรอก ต้องถึงวันที่จะชกเท่านั้นแหละ ถึงเรียกว่าเงินเดือนออก หากนักมวยคนไหนไม่มีรายการชก ก็ไม่มีเงิน ซ้อมไปอยู่นั่นแหละ ซ้อมไปจนบางทีนักมวยท้อไปเองก็มี เพราะไม่มีเงินจะกินข้าว ช่วงรอขึ้นเวที บางคนก็ไปขอเบิกเงินจากหัวหน้ามาใช้จ่ายก่อน พอถึงเวลาขึ้นชกได้ค่าตัวมาเท่าไร ก็ถูกหักที่เบิกไปก่อนหน้านี้ จนบางทีขึ้นชกฟรี เจ็บตัวฟรี ค่าตัวไม่เหลือเลยก็มี” แชมป์โลกคนที่ 13 ของเมืองไทยรื้อความหวังให้ฟัง

 

ดวงตาเริ่มมีปัญหา อาจบอดได้
ใจนักสู้ยังมีเสมอ

เริ่มเบนเข็มมุ่งต่อยสากล หลังมวยไทยไม่รุ่ง

ส่วนที่เบนเป้ามาต่อยมวยสากล เพราะมีอยู่ไฟต์หนึ่งไปต่อยที่จังหวัดเชียงใหม่ ถูกคู่แข่งใช้เล่ห์กลโกง ฉวยโอกาสต่อยคาง ในช่วงเสี้ยววินาทีที่กรรมการให้เริ่มชก จนคางหัก ทำให้ต้องพักรักษาตัวไปนานร่วม 1 ปี พอรักษาตัวหาย ด้วยความที่รื้อเวทีไปนาน กลับมาต่อยอีกครั้งก็ไม่ประสบความสำเร็จพ่ายคู่แข่งรวด เลยเบนเป้าไปต่อยมวยสากลแทน!

 

ตอนนั้น บิ๊กอึ่ง คุณสหสมภพ ศรีสมวงศ์ โปรโมเตอร์มวยชื่อดังที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย กำลังควานหานักมวยฝีมือดี เพื่อขัดเกลาไปชิงแชมป์เงา รุ่นสตรอว์เวต ของสภามวยโลก หรือ (WBC) ด้วยความที่ประทับใจในฝีไม้ลายมือ โดยเฉพาะเชิงมวยเรื่องความฉลาด และสายตาดี จึงได้ดึงตัวมาร่วมงานในที่สุด

 

ช่วงนั้นต่อยแรกๆ ชีวิตความเป็นอยู่ก็ยังไม่ต่างจากสมัยต่อยมวยไทยเท่าไร เงินเดือนก็ไม่มี ค่าตัวก็ได้ราวหมื่น-สองหมื่น ยิ่งเวลาชกในประเทศช่วงนั้น ชก 4 ไฟต์ได้ค่าตัวยังไม่ถึงหมื่นเลย! จนกระทั่ง…………..

 

เล่าเรื่องราวในอดีตให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟัง
ขนลุกเกรียวเมื่อพูดถึงสมัยรุ่งเรืองสุดขีด

จับเงินแสนเป็นครั้งแรก ชีวิตเริ่มอยู่ในช่วงขาขึ้น!

“ชกสากลมาเรื่อยๆ พอได้แชมป์เงา นั่นแหละ ถึงได้มีโอกาสจับเงินแสนครั้งแรกในชีวิต” นภา ฟื้นความหลังช่วงหวานชื่นที่สุดครั้งแรกในชีวิตให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟัง จากนั้นมาชีวิตก็เริ่มขาขึ้น ได้แชมป์เงา คุณสหสมภพ ก็เอาตัวไปอยู่ในค่าย ชีวิตเริ่มสบาย บ้านมีให้อยู่ ข้าวมีให้กินฟรี 

 

ชีวิตพุ่งถึงขีดสุด โดนโกงชวดแชมป์ แต่กลายเป็นขวัญใจ เงินไหลมาเทมา

ต่อยมาได้อีกไม่กี่ไฟต์ ก็ได้ขึ้นชิงแชมป์โลกของจริง กับ ฮิโรกิ อิโอกะ เจ้าของตำแหน่งชาวญี่ปุ่น ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในประมาณปี พ.ศ.2531 พอถึงช่วงนี้ แชมป์โลกของเรา ชูขนที่ลุกเกลียวที่แขน ให้กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ดู ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจและสุดตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้พูดถึงว่า “พูดเรื่องนี้ทีไร แล้วขนลุกทุกที ไม่เชื่อดูสิ”

 

“ตอนนั้น ต่อยกับอิโอกะ ผมถูกโกง คนทั้งประเทศ ไม่สิ คนทั้งโลก เห็นกันชัด ๆ เลย ผมต่อยคู่ต่อสู้จนกรรมการโบกมือสั่งยุติการชกแล้วในยกที่ 12 เวลาที่โชว์ในทีวีเห็นกันชัด ๆ ว่าอยู่ที่แค่ 2 นาที 28 วินาที ยังไม่ทันหมดยกเลย แต่ที่ไหนได้พอทีวีตัดกลับมาอีกที กรรมการกลับชูมือให้เสมอกันเฉย ๆ ทำเอาทั้งผม ทั้งทีมงาน แม้แต่คนดูในสนามยังงง กับความพ่ายแพ้ แบบสุดพิลึกกันหมด” นภา เล่าถึงไฟว์สุดอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์วงการมวย

 

ฟลอยด์ นักชกระดับหมื่นล้าน
ห้องนอนในปัจจุบันของอดีตแชมป์โลก

“พูดถึงเรื่องนี้ทีไร ก็ขนลุกทุกที ดูสิ” อดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยชูแขนที่ลุกชันให้ดูอีกครั้ง ก่อนกล่าวต่อว่า หลังไฟต์นั้น แม้จะแพ้ชวดแชมป์โลกแบบน่าเจ็บใจ แต่ผมกลับกลายเป็นขวัญใจคนไทยทั้งแผ่นดิน รวมทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะทุกคนรู้สึกสงสาร ที่ผมแพ้แบบน่ากังขา เชื่อไหมว่า กลับมาเมืองไทย นี่ผมดังเสียยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่สามารถคว้าเข็มขัดมาครองได้สำเร็จ หลังจากคว่ำอิโอกะ ศัตรูคู่อาฆาตในไฟต์ล้างตา ซึ่งเกิดขึ้นอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเสียอีก ต่อยไฟต์แรกที่โดนโกง ได้ค่าตัวแค่แสนเดียว แต่พอตอนกลับมา ได้เงินมากกว่าแสน! เพราะรายการทีวีแทบทุกช่อง ตามเราไปออกรายการ ใส่ซองมาทีก็เป็นหมื่นๆ!

 

“ตอนนั้นยอมรับเลย ชื่อเสียง เงินทองไหลมาเทมา คนแห่มารับที่สนามบินดอนเมืองตอนกลับประเทศไทย แบบมืดฟ้ามัวดิน ไปไหนมาไหนเป็นเงินเป็นทองไปหมด แถมสปอนเซอร์ยังแห่มาให้การสนับสนุนอีกนับไม่ถ้วน รวมรายได้ทั้งหมดหลังกลับมาเมืองไทย จำได้ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้จับเงินล้านสำเร็จ!”

 

รถคู่ใจคันสุดท้ายในชีวิต

มีเงินล้าน ชื่อเสียงโด่งดัง เพื่อนกินแห่แหน นารีพิฆาต เริ่มลืมตัว!

แต่เมื่อได้เงินล้านมาอยู่ในมือ ตามประสาหนุ่มที่กำลังคึกคะนอง ด้วยตอนนั้นอยู่ในวัยเพียง 20 ต้น ๆ หนุ่มจากที่ราบสูงผู้นี้ ยังไม่รู้วิธีบริหารจัดการที่ถูกต้อง หลังจากแบ่งส่วนหนึ่งให้กับทางครอบครัว ก็ตะลุยใช้เงินอย่างชนิดฉ่ำอกฉ่ำใจเพราะในชีวิตไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า ตัวเองจะมีปัญญามีเงินล้านไว้ในครอบครอง

 

“ไอ้เรามันคนชอบเที่ยวคาเฟ่อยู่แล้ว คราวนี้มีเงินเป็นฟ่อน ๆ ก็เที่ยวใหญ่เลยสิ พาเพื่อนไปที 20-30 คน นักร้องสาว ๆ นี่แจกพวงมาลัยทีไม่ต้องพูดถึง แถมด้วยเพราะมีบารมีความโด่งดัง ไปนั่งที ใครๆ  ก็เข้ามาหา เพื่อหวังประจบเอาใจ สาว ๆ คาเฟ่ นี่ จำได้เลยมี 50 คน มานั่งกับผมทีเกินครึ่งก็แล้วกัน สูงสุดที่พกเงินไปเที่ยวคาเฟ่ ช่วงนั้น จำได้เลยว่าเอาไปเที่ยวคืนละแสนบาท กลับมาบ้านเหลือเงินมาเพียง 4 หมื่นกว่าบาท ค่ากินจริงๆ แค่ไม่กี่หมื่นบาท แต่ที่หนักคือเอาเงินไปใส่มาลัยคล้องคอบรรดานักร้องสาว ๆ นี่แหละ ที่หมดเยอะสุด โดยครั้งที่คล้องมาลัยให้นักร้องหนักที่สุดเท่าที่จำได้คือคนเดียว 2 แสนบาท!” นักชกหน้าซื่อ เล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟัง ถึงอดีตในยุครุ่งเรืองที่แทบทุกตารางนิ้วในประเทศไทย ไม่มีใครไม่รู้จักเขาผู้นี้

 

“ตอนนั้นยอมรับว่า รับมือกับชื่อเสียงเงินทองที่หลั่งไหลมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไม่ได้ เพื่อนฝูงจากไหนไม่รู้ มาขอยืมเงินบ้าง ให้ช่วยพาไปเลี้ยงบ้าง ก็ปฏิเสธไม่เป็น จนตอนหมดตัวนั่นแหละ ถึงรู้ว่าพวกนี้ มันเพื่อนกินทั้งนั้น! ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้น คุณสหสมภพ ก็เตือนอยู่เรื่อย ๆ ว่าให้ระวังเรื่องใช้จ่ายเงิน แต่ถึงจะเตือนยังไง ผมก็ไม่ฟัง ยอมรับเลยว่า ลืมตัวไปชั่วขณะ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวเวลามีใครเตือนว่า ก็มันเงินของเราเอง ได้มาจากหยาดเหงื่อความเจ็บปวดของเราเอง หากจะเอาไปใช้บ้าง ใครจะมายุ่งอะไร! จำได้แม้แต่พ่อแม่มาเตือน ก็ไม่ฟัง”

 

ยอดนักมวยสากลชาวอเมริกันผู้เป็นเจ้าตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก 5 รุ่น และมีสถิติที่ยังไม่เคยแพ้หรือเสมอแก่ใคร
ปัจจุบันใช้ชีวิตกับแฟน แบบพอเพียง

เงิน 8 ล้าน ใช้ 3 ปี หมดเรียบ ถึงคราวแชมป์โลกหมดตัว

หลังจากคว่ำอิโอกะ คว้าแชมป์โลก รุ่นสตรอว์เวต ของสภามวยโลก หรือ (WBC) ได้สำเร็จ รวมถึงยังสามารถเอาชนะ อิโอกะ ในไฟต์ล้างตาครั้งที่ 3! กลับมาเมืองไทย แม้จะไม่โด่งดังเท่ากับไฟต์ที่มีปัญหา แต่ก็ได้ค่าเหนื่อยมาอีกหลายล้านบาท คราวนี้ไม่มีอะไรมาหยุดได้อีกแล้ว เงินทองมีเยอะคราวนี้ อยากได้อะไรต้องได้ รถเบนซ์ราคาเกือบ 2 ล้าน นภา ก็ยังซื้อ!

 

“ตอนนั้น ซื้อผ่อนเอานะ” อดีตแชมป์โลกชาวไทยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนเล่าต่อว่า พอผ่อนรถเบนซ์หมด ก็พอดีเราหมดเงิน ก็เลยเอารถเบนซ์คันงามไปขาย แล้วก็ซื้อคันใหม่ เวลาเงินหมดอีก ก็เอาไปขายซื้อรถที่ราคาถูกลง จะได้เหลือเงินไว้ใช้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนอยู่แบบนี้ อยู่อีก 7 คัน จนปัจจุบัน เหลือเพียงรถเก๋งฮอนด้า เก่าๆ ไว้ใช้ อยู่เพียงคันเดียว เงินทองที่ได้มาช่วงต่อยกับอิโอกะ เฉพาะแค่ 3 ไฟต์นั้น จำได้ว่ามีเงินร่วม 8 ล้านบาท ผมหมดไปกับการเที่ยวหากจำไม่ผิด 4 ล้านบาท อีก 4 ล้านบาท หมดไปกับการเล่นพนันป๊อกเด้ง ทั้งหมดหายไปหมดสิ้นภายในเวลาเพียง 3 ปี เท่านั้น”

 

เสียเข็มขัด! เข้าสู่ยุคเสื่อม ตาเริ่มเสีย ชีวิตเริ่มเข้าสู่ขาลง!  

หลังจากเสียเข็มขัดให้กับ นักชกเกาหลีใต้ ในการป้องกันตำแหน่งที่กรุงโซล ได้ค่าตัวมาอีก 2 ล้านกว่าบาท แม้จะได้ขยับรุ่นไปต่อยในรุ่นที่ใหญ่กว่า นภา ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในเวทีผืนผ้าใบอีก แถมในปี พ.ศ.2535 ตอนไปต่อยชิงแชมป์กับ ฮุมเบอร์โต กอนซาเลซ ในการชิงแชมป์โลกรุ่นไลต์ฟลายเวต ของ WBC ยังโดนถลุงจนพ่ายน็อกแค่ยก 2 นั้น ด้วยความที่ร่างกายบอบช้ำจากการกรำศึกมานาน ประกอบกับถูก กอนซาเลซ ไล่ถลุงอย่างดุดัน ทำให้นภา เริ่มมีความผิดปกติที่ดวงตา หลังจากนั้น ไม่ว่าจะไปต่อยรายการใด ก็พ่ายแพ้แทบทุกครั้ง ที่สุดจึงเลิกชก หันไปเป็นนักร้องคาเฟ่ สถานที่ ที่ครั้งหนึ่งในยุครุ่งเรือง เขาเคยพาเพื่อนพ้องมาเที่ยวหมดคืนหนึ่งเกือบครึ่งแสน

 

เวลาร่วงโรย แต่รัศมีแชมป์โลกยังมี

มุ่งเป้าเป็นนักร้องคาเฟ่ ชื่อเสียงยังพอมี ได้มาลัยคืนเดียว 6 หมื่น! 

“เลิกต่อย ช่วงนั้นสักประมาณอายุ 35-36 ปี เงินทองที่เคยได้มาก็หมดไปกับ การกิน การเที่ยว และการพนัน หมดแล้ว ไม่รู้จะไปทางไหน ก็เลยไปตระเวนขอเขาร้องเพลงตามคาเฟ่ ช่วงแรก ๆ ที่ร้อง ด้วยความที่เราเคยเป็นอดีตแชมป์โลก ประกอบกับหน้าตาดี แถมช่วงนั้นได้เป็นเล่นเป็นพระเอก MV เพลง หนุ่มน้อยคาเฟ่ ของ สันติ ดวงสว่าง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มาลัยนี่เลยตรึม! วันหนึ่งอย่างน้อย ๆ ต้องได้วันละ 4-5 พันบาท เฉลี่ยเดือนนึงมีรายได้ประมาณ 5-6 หมื่นบาท และสูงสุดเท่าที่เคยได้ คือมีแม่ยกเอามาคล้องให้คนเดียว 6 หมื่นบาท!”

 

อู้ฟู่ไม่นาน คาเฟ่ไม่มี มือเติบไม่เปลี่ยน ชีวิตดำดิ่งอีก! 

ได้เงินมาเยอะ แต่เจ้าตัวกลับไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้จ่าย ยังคงใช้เงินมือเติบเหมือนเดิม โดยเฉพาะกับบรรดาสาว ๆ จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ.2541 -2542 คาเฟ่ต่างๆ เริ่มทยอยปิดตัวลง แถมเด็กรุ่นใหม่ ๆ เริ่มจำอดีตแชมป์โลกผู้นี้ไม่ค่อยได้แล้ว รายได้ของ นภา จึงไม่เหมือนเดิม แต่โชคยังดีที่ในช่วงที่กำลังตกระกำลำบากนี้ ฟ้าได้ส่งคู่ชีวิตคนปัจจุบัน ซึ่งได้พบรักกันช่วงที่ตระเวนร้องเพลงตามคาเฟ่ มาให้เป็นคู่ทุกข์คู่ยากช่วยเหลือกัน

 

“แฟนคนนี้ เขาเป็นคนดี เขารู้ว่าผมไม่เหลืออะไรแล้ว แต่เขาก็เอาผมมาอยู่ด้วย ในห้องพักเล็กๆ ในบ้านเอื้ออาทรย่านคู้บอน แถมยังช่วยคอยบอกคอยสอน เตือนไม่ให้ผมไปเล่นพนัน แต่ไอ้ผม มันเล่นมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ จะให้มาเปลี่ยนตอนนี้ มันก็ยาก ยอมรับว่าก็มีแอบไปเล่นบ้าง แต่ก็เล่นแบบสนุก ๆ ไม่ได้เล่นหนักเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่หากแฟนจับได้นี่ เป็นเรื่อง ผมเคยโดนเขาไล่ออกจากบ้าน จนต้องลงมานอนในรถ 8-9 ครั้งแล้ว บางครั้งนี่ 1 เดือน ยังไม่หายโกรธ แต่ไอ้ผมนี่ก็ยังไม่ค่อยจะเข็ด”

 

กับแฟนสาวคนดีที่หนึ่ง
ข้าวของเครื่องใช้ ในปัจจุบัน

สุดสะท้อนใจ ชีวิตตกต่ำ ชื่อเสียงหดหาย คุณค่าอดีตแชมป์โลก ได้แค่เงิน 20 บาท

ปัจจุบันอดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยผู้นี้ เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยการทำงานเป็นนักร้องอยู่ที่ ร้านอาหารโรงนาอีสาน ย่านคู้บอน โดย นภา เล่าถึงชีวิตช่วงนี้ให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ฟังว่า”เดี๋ยวนี้เวลาเขาแนะนำตอนผมขึ้นเวที ว่า ผมคืออดีตแชมป์โลก ไม่มีเสียงอื้ออึงชื่นชมยินดี ให้ได้ยินเหมือนในอดีตอีกแล้ว เด็ก ๆ รุ่นใหม่ ไม่มีใครจำผมได้ คนที่จำได้คือคนที่อายุประมาณ 35 ปี ขึ้นไปเท่านั้น มาลัยที่เคยได้คืนละ 4-5 พัน อย่างต่ำสมัยรุ่งเรือง ปัจจุบันได้เพียงหลักไม่กี่ร้อยบาท เชื่อไหมบางครั้งได้เพียงวันละ 20 บาท! จนผมนึกสะท้อนใจว่า ค่าของอดีตแชมป์โลก มันมีค่าเพียง 20 บาทเท่านั้นน่ะหรือ?”

 

ความหวังเรืองรอง! รอหวนคืนวงการมวย สร้างชีวิตใหม่!

อย่างไรก็ดี ล่าสุด ผมมีความหวังในชีวิตอีกครั้ง หลัง พี่ขาวผ่อง สิทธิชูชัย อดีตฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิก มีแผนจะมาเปิดยิมเนเซียมฝึกสอนมวยไทยและมวยสากล ที่บริเวณใกล้กับเวทีมวยลุมพินีใหม่ จึงชวนให้มาทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอน ร่วมกับ ผจญ มูลสัน อดีตฮีโร่เหรียญทองแดง โอลิมปิก โดยจะให้เงินเดือน เดือนละ 30,000 บาท ซึ่งผมก็ให้คำมั่นสัญญากับแฟนเอาไว้แล้วว่า หากได้งานนี้ จะทำตัวให้ดีขึ้นกว่าเดิม และจะแบ่งเงินให้เขาไว้เก็บเดือนละ 20,000 บาท ทุกเดือน! ซึ่งตอนนี้ก็ได้แต่รอว่า เมื่อไหร่พี่ขาวผ่อง จะติดต่อมาสักที

 

ปัจจุบัน เวลาหวนคิดไปถึงอดีตแล้วก็รู้สึกเสียใจทุกครั้ง หากได้เจอแฟนคนนี้ในช่วงรุ่ง ๆ ก็คงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ เพราะแฟนคงช่วยเตือนสติได้เยอะ ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนเหมือนคนนี้เลย เก็บหอมรอมริบเก่งมาก ผมวางเงินไว้ในบ้าน ไม่เคยแม้แต่จะมาแอบเปิดดูเหมือนทุกคนที่ผ่านมา เค้าพูดอย่างเดียวว่าให้ผม ทิ้งเงินไว้ให้ตอนเช้า ให้เขาไปทำงานวันละ 200 ก็พอ หากผมไม่มีให้ เขาก็ไม่ว่าอะไร แถมยังหวังดี เตือนผมไม่ให้ใช้ชีวิตไปในทางที่ผิด ๆ

 

ปัจจุบัน นภา ทำงานเป็นนักร้องอยู่ที่ ร้านอาหาร โรงนาอีสาน ย่านคู้บอน
ลวดลายอดีตแชมป์โลก

หมดตัว เพื่อนฝูงหนีหายเคยช่วยแต่งเมีย ขอยืมแค่ 1,500 ยังโดนตัดขาด

ตอนมั่งมี เพื่อนฝูงมาขอความช่วยเหลือไม่ว่างเว้น จำได้มีรายหนึ่งสนิทกันมาก ไม่มีเงินแต่งเมีย ผมช่วยไปสองแสนกว่าบาท ให้เพื่อนได้แต่งเมียสมใจ แต่พอผมหมดตัว เงินค่าบ้าน 1,500 บาท ไม่มีจะจ่าย จนจะโดนเขาไล่ออก เลยไปขอยืมมัน มันบอกคำเดียวไม่มี! จากนั้นมาผมจึงได้เรียนรู้มากขึ้น อดีตแชมป์โลกรูปหล่อ สะอื้นในอก เล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟัง

 

วอนตามเงินช่วยเหลือ จาก WBC หวังช่วยรักษาดวงตาที่ใกล้บอด 

สุดท้าย นภา เกียรติวันชัย ฝากทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ช่วยทวงถามความคืบหน้าเงินช่วยเหลือจากสภามวยโลก ที่เคยมีข่าวว่า จะมอบเงินช่วยเหลือเดือนละ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ด้วย เพราะตั้งแต่มีข่าวจนถึงปัจจุบัน ตนเองยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว จะติดต่อไปให้ใครช่วยตามความคืบหน้าก็มืดมน เพราะทั้ง คุณสหสมภพ และ นายโฮเซ่ สุไลมาน อดีตประธานสภามวยโลก หรือ WBC ที่เคยประสานงานเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ต่างก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว และตอนนี้ อยากหาเงินมารักษาดวงตา ที่ได้รับผลพวงจากการชกมวย จนแพทย์เตือนว่าเสี่ยงต่อการที่อาจจะบอดสนิทได้.. 

 

6

new-logox2-e1416876872708-2-e1417234758308

 

@ credit  new-image- : www.thairath.co.th

เชิญแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ

comments